ถัง เจีย–อี เว่ย แชมป์โลกที่ยังต้องล่าความสม่ำเสมอ

ถัง เจีย–อี เว่ย แชมป์โลกที่ยังต้องล่าความสม่ำเสมอ หลังคว้าแชมป์โลกเมื่อกลางปีก่อน ถัง เจีย และโทห์ อี เว่ย กลายเป็นคู่ผสมที่ถูกจับตามองมากที่สุดคู่หนึ่งในวงการแบดมินตัน แต่ผลงานในศึกมาเลเซียโอเพ่นล่าสุดกลับไม่เป็นไปตามความคาดหวัง เมื่อทั้งคู่พ่ายให้กับคู่จากฮ่องกงอย่าง Tang Chun Man – Tse Ying Suet คู่มือวางอันดับ 8 ของโลก ด้วยสกอร์ 17-21, 21-17, 10-21 ตกรอบก่อนรองชนะเลิศไปอย่างน่าเสียดาย

ถัง เจีย–อี เว่ย แชมป์โลกที่ยังต้องล่าความสม่ำเสมอ เพื่อก้าวสู่ระดับที่สูงขึ้น

ถัง เจีย–อี เว่ย แชมป์โลกที่ยังต้องล่าความสม่ำเสมอ

การแข่งขันในรอบดังกล่าวจัดขึ้นที่ Axiata Arena, Bukit Jalil ท่ามกลางเสียงเชียร์ล้นสนาม เนื่องจากแฟน ๆ คาดหวังว่าคู่ผสมระดับแชมป์โลกจะสามารถเดินหน้าเข้าไปลุ้นแชมป์ได้อีกครั้ง แต่กลับกลายเป็นว่าจังหวะเกมที่แกว่งและการขาดสมาธิในเซตสุดท้าย ทำให้โอกาสเข้ารอบลึกต้องหลุดลอยไป

โค้ชโนวาเปิดใจพ่ายเพราะ “ความสม่ำเสมอ” ไม่พอ

โนวา วิดิอันโต เฮดโค้ชของคู่ผสมออกมาให้สัมภาษณ์หลังจบเกมอย่างตรงไปตรงมาว่า ความพ่ายแพ้นี้เป็นสิ่งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ทั้งยังชี้ให้เห็นว่าแม้ทีมคู่ผสมของเขาจะเป็นมือวางอันดับ 4 ของโลก แต่ระดับความสม่ำเสมอของฟอร์มการเล่นยังไม่ถึงจุดที่สามารถยืนระยะได้ตลอดทั้งเกม

โนวาระบุว่า “เกมนี้อยู่ในกำมือของเราแล้ว แต่ถัง เจีย–อี เว่ย ไม่สามารถรักษาจังหวะได้ในเซตสุดท้าย อีกทั้งเสียสมาธิในช่วงสำคัญ ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว”

โค้ชยังเสริมว่า คู่แข่งจากฮ่องกงเริ่มมีอาการล้าในช่วงท้ายเกม ทว่าทั้งคู่กลับไม่สามารถฉวยโอกาสนั้นให้ได้ผล นับเป็นบทเรียนสำคัญที่ทีมงานจำเป็นต้องวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง

อายุไม่ใช่ปัญหา แต่ประสบการณ์ต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์

ในด้านสภาพร่างกาย โนวายืนยันว่าทีมของเขาไม่น่าจะเป็นรอง เพราะถัง เจียเพิ่งอายุ 28 ปี ส่วนอี เว่ยอายุแค่ 25 ปีเท่านั้น ซึ่งอายุน้อยกว่าคู่แข่งอย่าง Tse Ying Suet ที่มีอายุ 34 ปี และ Tang Chun Man ที่อายุ 30 ปี

ด้วยพละกำลังและวัยที่สดใหม่ ทำให้ทีมงานมั่นใจว่าความแข็งแกร่งทางกายไม่ใช่จุดอ่อน สิ่งที่ต้องพัฒนาอย่างจริงจังคือการควบคุมความกดดันและการรักษาระดับเกมให้คงที่ตลอดการแข่งขัน

แม้พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังห่างจากคำว่า “ยอดทีมระดับโลก”

โนวาให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หลังคว้าแชมป์โลก ทั้งคู่พัฒนาขึ้นในหลายด้าน โดยเฉพาะการไม่ตกรอบแรกหรือตกรอบสองเหมือนก่อนหน้านี้ แต่หากมองในมุมของทีมระดับท็อป การเข้ารอบรองชนะเลิศอย่างสม่ำเสมอคือสิ่งที่จำเป็นมากกว่า

เขากล่าวว่า “เราไม่ได้พูดถึงการต้องคว้าแชมป์ทุกครั้ง แต่ในฐานะทีมวางอันดับ 4 ของโลก พวกเขาต้องแสดงให้เห็นว่ามีศักยภาพเพียงพอที่จะยืนอยู่ในรอบลึกของทัวร์นาเมนต์”

ผลงานที่ผ่านมาดีแต่ยังไม่สุด

หลังคว้าแชมป์โลก ผลงานที่โดดเด่นของถัง เจีย–อี เว่ย ได้แก่

  • คว้าแชมป์เวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 500 ออสเตรเลียนโอเพ่น เดือนพฤศจิกายน
  • รองแชมป์ Super 750 China Masters เดือนกันยายน
  • คว้าเหรียญทองแดงซีเกมส์ที่ประเทศไทย

แม้ผลงานเหล่านี้จะเป็นสัญญาณที่ดี แต่ทีมงานย้ำว่ายังต้องพัฒนาให้สม่ำเสมอกว่านี้ หากต้องการรักษามาตรฐานทีมระดับโลกในระยะยาว

galaxyauto ชี้จุดอ่อนสำคัญความนิ่งคือคำตอบ

มีสื่อกีฬาหลายสำนักรวมถึง galaxyauto วิเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกันว่า คู่แชมป์โลกคู่นี้มีศักยภาพสูง แต่ความนิ่งยามถูกกดดันคือสิ่งที่จะตัดสินว่าพวกเขาจะก้าวสู่ความสำเร็จระดับยิ่งใหญ่ได้หรือไม่ การมีทักษะดีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอในยุคที่คู่แข่งจากหลายชาติพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

เดินหน้าต่อในอินเดียนโอเพ่นโอกาสแก้ตัวครั้งสำคัญ

ถัง เจีย–อี เว่ย ไม่มีเวลามากนักในการจมอยู่กับความผิดหวัง เพราะโปรแกรมต่อไปคือการแข่งขันอินเดียนโอเพ่น ซึ่งจะเปิดฉากในวันที่ 13 มกราคม ณ กรุงนิวเดลี โดยพวกเขาจะพบกับคู่มือวางอันดับ 14 ของโลกจากจีนอย่าง เฉิง ซิง–จาง ฉี ตั้งแต่รอบแรกโนวากล่าวว่า “ผมหวังว่าพวกเขาจะเข้าถึงรอบรองชนะเลิศอย่างน้อย เพราะมันเป็นโอกาสสำคัญในการกลับมาสร้างความมั่นใจอีกครั้ง”

สรุป

ถัง เจีย–อี เว่ย ยังคงเป็นหนึ่งในคู่ผสมที่น่าจับตามองที่สุด แต่หนทางสู่การเป็นทีมระดับตำนานต้องอาศัยมากกว่าแค่พรสวรรค์ นั่นคือ ความสม่ำเสมอและสมาธิ หากสามารถแก้จุดอ่อนนี้ได้ ศักยภาพของทั้งคู่มีมากพอที่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการแบดมินตันอย่างแน่นอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *