ลี ชอง เหว่ย คัพ จุดเริ่มต้นเวที หลังจากอำลาสังเวียนไปได้ระยะหนึ่ง ในที่สุด Lee Chong Wei ก็ได้ทำความฝันอีกข้อหนึ่งให้เป็นจริง ด้วยการเปิดตัวทัวร์นาเมนต์แบดมินตันที่ใช้ชื่อตัวเองเป็นรายการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ “ลี ชอง เหว่ย คัพ” (LCW Cup)
ลี ชอง เหว่ย คัพ จุดเริ่มต้นเวที แห่งความฝันของนักแบดมินตันเยาวชน
อดีตราชาลูกขนไก่ของมาเลเซียย้ำชัดว่า การจัดการแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นหนึ่งในความตั้งใจที่จะตอบแทนประเทศ หลังจากที่เขาเคยสร้างชื่อเสียงในเวทีโลกมาอย่างยาวนาน เขามองว่าปัจจุบันเวทีแข่งขันสำหรับเยาวชนยังมีไม่มากพอ และนั่นคือช่องว่างที่เขาต้องการเข้ามาเติมเต็ม
ในบทบาทประธานคณะกรรมการด้านผลงานของ Badminton Association of Malaysia เขายังต้องการใช้เวทีนี้เป็นเครื่องมือในการค้นหานักกีฬาดาวรุ่งหน้าใหม่เข้าสู่ระบบทีมชาติอย่างเป็นรูปธรรม
เวทีที่เปิดโอกาสให้เฉพาะเยาวชน
แตกต่างจากทัวร์นาเมนต์เชิญชวนทั่วไปที่มักดึงนักกีฬาระดับโลกมาร่วมสร้างสีสัน LCW Cup เลือกโฟกัสที่กลุ่มอายุ 13–17 ปีเท่านั้น เพื่อสร้างพื้นที่การแข่งขันที่เหมาะสมกับการพัฒนาในช่วงวัยสำคัญการแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 3 รุ่นหลัก ได้แก่
- รุ่นอายุต่ำกว่า 13 ปี
- รุ่นอายุต่ำกว่า 15 ปี
- รุ่นอายุต่ำกว่า 17 ปี
โดยมีทั้งประเภทชายเดี่ยวและหญิงเดี่ยว ส่วนประเภทคู่ผสมจะเปิดเฉพาะในรุ่นอายุต่ำกว่า 17 ปี เพื่อยกระดับความเข้มข้นของการแข่งขันในกลุ่มที่มีศักยภาพสูงสุดคาดว่าจะมีนักกีฬากว่า 3,200 คนเข้าร่วมรอบคัดเลือกทั่วประเทศ ก่อนคัดเหลือ 32 อันดับแรกในแต่ละประเภทเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะต้องดวลกับตัวแทนอีก 32 คนหรือ 32 คู่ที่ผ่านการคัดเลือกจากแต่ละรัฐ
เงินรางวัลและเส้นทางสู่ทีมชาติ
แม้จะเป็นรายการเยาวชน แต่เงินรางวัลรวมสูงถึง 100,000 ริงกิต แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม รางวัลที่สำคัญยิ่งกว่าเงินคือโอกาสทองในการเข้าร่วมคัดตัวกับทีมชาติที่สถาบันแบดมินตันมาเลเซีย ณ บูกิต คิอารา
สถาบันดังกล่าวถือเป็นศูนย์กลางพัฒนานักแบดมินตันระดับแนวหน้าของประเทศ และเป็นจุดเริ่มต้นของนักกีฬาชื่อดังหลายคนในอดีต การได้สิทธิ์เข้าคัดตัวจึงเปรียบเสมือนบันไดขั้นแรกสู่การเป็นตัวแทนชาติในอนาคต
เหตุผลที่ไม่มีรุ่นอาวุโส
หลายฝ่ายอาจสงสัยว่าทำไมรายการนี้ไม่เปิดให้รุ่นอาวุโสเข้าร่วม คำตอบมาจากตารางแข่งขันที่แน่นขนัดของ Badminton World Federation ซึ่งทำให้นักกีฬาระดับท็อปแทบไม่มีเวลาว่างชอง เหว่ย อธิบายว่า ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน นักกีฬาส่วนใหญ่กำลังแข่งขันในทัวร์ยุโรป ไม่ว่าจะเป็นศึก All England Open, รายการ Swiss Open
และ Orleans Masters ต่อเนื่องกันหลายสัปดาห์ จึงแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะดึงผู้เล่นระดับสูงเข้าร่วมได้โดยไม่กระทบโปรแกรมหลัก ด้วยเหตุนี้ การมุ่งเน้นไปที่เยาวชนจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ทั้งในแง่การพัฒนาและความยืดหยุ่นของปฏิทินแข่งขัน
รูปแบบการให้คะแนนยังต้องรอข้อสรุป
อีกประเด็นที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคือระบบการให้คะแนน ปัจจุบันใช้รูปแบบ 21 คะแนน แข่งขันแบบ 3 เกม (21×3) แต่กำลังมีการหารือในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีของ BWF ที่เมืองฮอร์เซนส์ ว่าจะเปลี่ยนไปใช้ระบบ 15 คะแนน 3 เกม (15×3) หรือไม่
ชอง เหว่ย ระบุชัดว่า หากมีการเปลี่ยนแปลงในระดับนานาชาติ รายการ LCW Cup ก็พร้อมจะปรับรูปแบบให้สอดคล้อง เพื่อให้ผู้เล่นเยาวชนคุ้นเคยกับมาตรฐานสากลนอกจากนี้ วันแข่งขันอย่างเป็นทางการยังต้องรอการหารือเพิ่มเติมกับ BAM เพื่อหลีกเลี่ยงการชนกับรายการเยาวชนอื่น ๆ ภายในประเทศ
สรุป
การถือกำเนิดของ “ลี ชอง เหว่ย คัพ” ไม่ได้เป็นเพียงทัวร์นาเมนต์ใหม่ แต่คือโครงการระยะยาวที่มุ่งสร้างรากฐานให้แบดมินตันมาเลเซียผ่านการพัฒนาเยาวชนอย่างจริงจัง ด้วยเงินรางวัลรวม 100,000 ริงกิต และโอกาสก้าวสู่ทีมชาติ เวทีนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของซูเปอร์สตาร์คนต่อไป
สำหรับแฟนกีฬาที่ต้องการติดตามความเคลื่อนไหวของวงการลูกขนไก่และทัวร์นาเมนต์สำคัญ สามารถอัปเดตข่าวสารเพิ่มเติมได้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ รวมถึงเว็บไซต์อย่าง kingdom66 และ kingdom66s.net ที่รวบรวมข้อมูลกีฬาไว้อย่างครบถ้วนและต่อเนื่อง
